“หน่อไม้” เป็นอาหารแสลง หรือแท้จริงแค่คิดไปเอง

 “หน่อไม้” เป็นคำที่ใช้เรียกหน่ออ่อนของต้นไผ่ ซึ่งนิยมนำมาประกอบอาหาร โดยสามารถรังสรรค์เมนูอาหารจากหน่อไม้ได้หลากหลายเมนูมาก ๆ และถึงแม้ว่าจะนิยมนำมาทำเป็นอาหาร แต่เราก็มักจะได้ยินผู้ใหญ่พูดอยู่บ่อย ๆ ว่าหน่อไม้เป็นอาหารแสลง หากทานเยอะเกินไปก็ทำให้ท้องเสียได้ง่าย ๆ หรือใครที่เป็นแผลหลังการผ่าตัดอยู่แล้ว ก็จะยิ่งทำให้แผลเกิดอาการแย่ลง รวมถึงยังเป็นสาเหตุของโรคอันตรายอย่าง “โรคมะเร็ง” อีกด้วย ดังนั้นวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปหาคำตอบว่าแท้จริงแล้ว หน่อไม้เป็นอาหารแสลงหรือแค่คิดไปเอง ถ้าพร้อมแล้วตามไปดูกันได้เลยค่ะ

“หน่อไม้” เป็นอาหารแสลง หรือแท้จริงแค่คิดไปเอง

หน่อไม้คือ

หน่อไม้ เป็นหน่ออ่อนของไผ่ที่แตกจากเหง้าใต้ดินมีลักษณะสีเหลืองอ่อน รสสัมผัสกรุบกรอบ ราคาย่อมเยา สามารถนำมาปรุงอาหารได้อย่างหลากหลาย ทั้งต้ม ผัด แกง ทอด และยังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย ไม่ใช่เพียงในประเทศไทยเท่านั้น

หน่อไม้ อันตรายจริงหรือ ?

หน่อไม้ มีทั้งประโยชน์ และโทษ หากเลือกกินอย่างเหมาะสม ก็สามารถให้ประโยชน์ต่อร่างกายได้ แต่หากินหน่อไม้ไม่ถูกวิธี ไม่มีความระมัดระวังในการกิน ก็อาจเป็นโทษต่อร่างกายได้จริง ๆ

“หน่อไม้” เป็นอาหารแสลง หรือแท้จริงแค่คิดไปเอง

หน่อไม้ดิบ

นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า หน่อไม้ดิบหรือหน่อไม้ที่ยังปรุงไม่สุก อาจได้รับพิษจากสารไซยาไนด์ ซึ่งมีอยู่ในหน่อไม้ตามธรรมชาติ และทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย หากเข้าสู่ร่างกายในปริมาณน้อย สามารถขับออกทางปัสสาวะได้ แต่ถ้าได้รับในปริมาณมาก สารไซยาไนด์จะจับตัวกับสารในเม็ดเลือดแดง (hemoglobin) แทนที่ออกซิเจนทำให้เกิดอาการขาดออกซิเจน หมดสติและอาจทำให้เสียชีวิตได้

ดังนั้น จึงควรหลีกเลี่ยงการบริโภคหน่อไม้ดิบ นายมงคล เจนจิตติกุล ผู้อำนวยการสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กล่าวว่า การบริโภคหน่อไม้ที่ต้มสุกจะทำให้ผู้บริโภคปลอดภัยจากการได้รับสารไซยาไนด์ แต่หากอุณหภูมิและระยะเวลาในการต้มไม่เหมาะสมก็ไม่สามารถลดปริมาณสารชนิดนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคก่อนที่จะนำหน่อไม้ไปบริโภคควรปรุงให้สุก ด้วยการต้มหน่อไม้ในน้ำเดือดนานอย่างน้อย 10 นาที ซึ่งสามารถลดปริมาณสารไซยาไนด์ลงได้ถึงร้อยละ 90.5

หน่อไม้ดอง

หน่อไม้เป็นอาหารอีกหนึ่งชนิดที่นิยมนำมาหมักดองเพื่อการเก็บรักษาอาหารเอาไว้ให้ได้นานยิ่งขึ้น โดยมักทำการดองเอาไว้ในปิ๊บเป็นเวลาหลายเดือน หากขั้นตอนการหมักดองไม่สะอาดเพียงพอ จะเกิดเป็นเชื้อแบคทีเรีย Clostridium botulinum เจริญเติบโตอยู่ในหน่อไม้ที่อยู่ในปี๊บ หากทำมาปรุงอาหารด้วยความร้อนที่ไม่เพียงพอ อาจได้รับเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ ท้องเสีย อาเจียน ท้องเสีย หากสารพิษโบทูลินเริ่มซึมจากระบบทางเดินอาหาร เข้าสู่กระแสเลือดและระบบประสาท อาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น กล้ามเนื้อหนังตา ลูกตา ใบหน้า การพูดการกลืนผิดปกติ กล้ามเนื้อแขนขาอ่อนแรง หายใจไม่ออก และอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

นอกจากนี้ หน่อไม้ที่สะอาด และปรุงสุกด้วยความร้อน ปลอดภัยในการบริโภคก็จริง แต่ยังมีคนบางประเภทที่ไม่ควรบริโภคหน่อไม้มากจนเกินไป ได้แก่

  1. ผู้ป่วยโรคเกาต์ เพราะหน่อไม้มีสารพิวรินสูง อาจจะทำให้กรดยูริกที่เป็นสาเหตุของการเกิดโรคเกาต์สูงขึ้น
  2. ผู้ป่วยโรคไต ไม่ควรรับประทานอาหารที่มีกรดยูริกมากเกินไป (เช่น หน่อไม้) เพราะอาจมีปัญหาในการขับกรดยูริกส่วนเกินออกไปร่างกายไม่ได
  3. หน่อไม้ ปลอดภัยกว่าที่คิด

แม้ว่าจะมีผู้ป่วยบางกลุ่มที่ไม่ควรบริโภคหน่อไม้ แต่ในคนที่มีสุขภาพปกติดี รวมถึงผู้ป่วยเหล่านี้ สามารถรับประทานหน่อไม้ได้

  1. ผู้ป่วยเบาหวาน หน่อไม้ไม่มีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดแต่อย่างใด
  2. ผู้ป่วยโรคตับ ไม่ว่าจะเป็นไวรัสตับอักเสบ หรือตับแข็ง ก็สามารถรับประทานหน่อไม้ได้ ไม่มีผลกระทบต่ออาการของโรค
  3. ผู้หญิงที่มีประจำเดือน มีระดูขาว หน่อไม้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเกิดระดูขาวในผู้หญิงแต่อย่างใด
  4. ผู้ที่มีแผล หลังผ่าคลอด หลังผ่าตัด หน่อไม้ไม่ได้มีส่วนทำให้แผลอักเสบ หายช้า หรือติดเชื้อใดๆ เช่นกัน
  5. หน่อไม้ ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งแต่อย่างใด (ยกเว้น หน่อไม้ฝรั่ง ที่สารแอสพาราจีน (Asparagine ) ซึ่งมีอยู่ในหน่อไม้ฝรั่งและอาหารอีกหลายชนิด เป็นตัวการที่ช่วยให้เซลล์มะเร็งเต้านมแพร่กระจายและเจริญเติบโตลุกลามไปทั่วร่างกายได้มากยิ่งขึ้น)
“หน่อไม้” เป็นอาหารแสลง หรือแท้จริงแค่คิดไปเอง

ข้อมูลทางโภชนาการของหน่อไม้

คุณค่าทางสารอาหารของหน่อไม้ ปริมาณ 100 กรัม

  • แคลอรี (kcal) 27
  • ไขมันทั้งหมด 0.3 g
  • ไขมันอิ่มตัว 0.1 g
  • ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน 0.1 g
  • กรดไขมันไม่อิ่มตัวมีพันธะคู่เดี่ยว 0 g
  • คอเลสเตอรอล 0 mg
  • โซเดียม 4 mg
  • โพแทสเซียม 533 mg
  • คาร์โบไฮเดรต 5 g
  • เส้นใยอาหาร 2.2 g
  • น้ำตาล 3 g
  • โปรตีน 2.6 g
  • วิตามินเอ 20 IU
  • วิตามินซี 4 mg
  • แคลเซียม 13 mg
  • เหล็ก 0.5 mg
  • วิตามินดี 0 IU
  • วิตามินบี 6 0.2 mg
  • วิตามินบี 12 0 µg
  • แมกนีเซียม 3 mg

ประโยชน์ของหน่อไม้

หน่อไม้มีสรรพคุณมากมายหลายประการ เช่น ลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ป้องกันอาการท้องผูก ช่วยย่อยอาหาร เป็นสรรพคุณที่เห็นผลมาก  เพราะหน่อไม้เป็นอาหารที่ให้เส้นใยสูงจึงช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้  เมื่อหน่อไม้ผ่านการย่อยร่างกายจะดูดซึมสารอหารเข้าสู่กระแสเลือด   ส่วนกากอาหารที่เหลือหรือสารพิษต่าง ๆ เช่น ยาฆ่าแมลงหรือโลหะหนักจะไปรวมกันที่ลำไส้ใหญ่ แต่ถ้ามีกากใยอาหารมาก ๆ กากใยอาหารเหล่านี้จะช่วยดูดน้ำและเพิ่มปริมาณ ทำให้กากอาหารมีน้ำหนักมากจะเคลื่อนออกสู่โลกภายนอกได้เร็ว

    กากใยอาหารจึงช่วยลดการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ แก้กระหาย ขับปัสสาวะ ละลายเสมหะ แก้ไอ บำรุงกำลังแก้อาการร้อนต่าง ๆ ได้ดี เพราะมีฤทธิ์เย็นเช่นเดียวกับเห็ด ขับพิษใต้ผิวหนัง ขับผื่นหัดรวมถึงผื่นชนิดอื่น ๆ เพียงดื่มน้ำแกงที่ได้จากการต้มหน่อไม้ร่วมกับปลาตะเพียน แก้โรคบิดเรื้อรังได้

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ สำหรับข้อมูลหน่อไม้ ที่เราได้นำมาฝากวันนี้ อย่างไรก็ตามแม้ว่าหน่อไม้จะมีสรรพคุณแก่ร่างกาย แต่ก็ควรตระหนักว่า หน่อไม้ที่กินแล้วมีประโยชน์ จะต้องผ่านการปรุงสุก หรือถ้าเป็นหน่อไม้ดอง ก็ต้องมั่นใจได้ว่ามีกรรมวิธีการผลิตที่สะอาด และไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ควรรับประทานมากเกินไป ควรเลือกรับประทานอาหารอย่างหลากหลายจะดีกว่า

5 อันดับ เกมบน PC รวมประสบการณ์ขนหัวลุกเขย่าประสาท ที่คุณไม่ควรพลาด! เรียกได้ว่า เกมแนวสยองขวัญ เป็นอีกหนึ่งแนวเกมที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด ด้วยลักษณะของเกมแนวนี้สามารถสร้างความตื่นเต้น และลุ้นระทึกตลอดเวลา เริ่มตั้งแต่บรรยากาศอันแสนน่ากลัวที่ทำให้คุณหายใจหายคอไม่ทั่วท้อง เพื่อสร้างความกดดันให้กับผู้เล่น ไม่ว่าจะหนีเหล่าปีศาจต่าง ๆ ในเกม หรือบางเกมอาจมี Jump Scare โผล่มาให้ใจเต้นแรงเป็นพัก ๆ 

อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติม : ทำความรู้จักกับเกมสล็อตออนไลน์ Mythical Sand